เทคนิคในพัฒนาจิตใจของตัวเองด้วยการนั่งสมาธิ

เทคนิคในพัฒนาจิตใจของตัวเองด้วยการนั่งสมาธิ

การนั่งสมาธิ เป็นศาสตร์โบราณแขนงหนึ่งที่มีประโยชน์มากมายอย่างมหาศาล สามารถนั่งได้ในบุคคลทุกช่วงวัย จุดประสงค์ในการนั่งสมาธิมีมากมายหลายอย่าง เช่น ต้องการบรรลุความจริงของชีวิต , เพื่อเสริมสร้างความจำที่ดี ช่วยในการเรียนหนังสือ , เพื่อพัฒนาจิตใจของตัวเอง เป็นต้น การนั่งสมาธิเพื่อการพัฒนาจิตใจของตนเองนั้น เป็นเรื่องที่ดี เพราะในยุคสมัยนี้คนเราถูกหล่อหลอมด้วยความทุกข์จากภายนอกอยู่ทุกวัน พอรับมามากๆเข้าจิตใจก็ขุ่นมัว ไม่มีความสุข หรือบางคนอยากจะแก้นิสัยส่วนตัวบางอย่าง เช่น เป็นคนขี้หงุดหงิด , อารมณ์ร้อนง่าย , ไม่ค่อยมีความอดทน เป็นต้น เพราะฉะนั้นการนั่งสมาธิเป็นอีกทางหนึ่งทีจะช่วยยกระดับจิตใจของคุณได้เป็นอย่างดี เทคนิคในพัฒนาจิตใจของตัวเองด้วยการนั่งสมาธิ การนั่งสมาธิขอให้นั่งในๆที่ๆสงบ เงียบ มีอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่ร้อนเกินไปหรือหนาวเกินไป เพราะมันอาจทำลายสมาธิได้ ท่านั่งสมาธิมีมากมายหลายแบบ ขอให้คุณไม่ต้องยึดติดกับขวาทับซ้าย ซ้ายทับขวา คุณอาจจะนั่งสมาธิโดยเอานิ้วโป้งกับนิ้วชี้มาแตะกันเบาๆเป็นรูปวงกลมก็ได้ แต่ทั้งนี้ขอให้คุณนั่งหลังตรงอย่างสบายๆ เพื่อให้ลมปราณไหวเวียนอย่างสะดวก หลับตาลงเบาๆ ผ่อนคลายทุกๆส่วนไม่เกร็ง ทั้งร่างกาย , ใบหน้า และความคิด ผ่อนคลายอย่างช้าๆ สูดลมหายใจเข้าท้องป่อง สูดลมหายใจออกท้องแฟบ สูดลมหายใจจนเต็มท้องแล้วกลั้นไว้ประมาณ 3-4 วิ แล้วค่อยๆปล่อยลมออกมา ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ เป็นธรรมดาที่สำหรับคนฝึกใหม่ๆ จิตใจแกว่ง เตลิดไปนู้นมานี่Read more about เทคนิคในพัฒนาจิตใจของตัวเองด้วยการนั่งสมาธิ[…]

เทคนิคการรับความกดดันในการทำงาน

เทคนิคการรับความกดดันในการทำงาน

ความกดดันกับการทำงานบางครั้งเป็นของมักมาคู่กัน หรือหนีกันไม่พ้น โดยเฉพาะพนักงานจบใหม่ พึ่งก้าวออกมาสู่โลกของการทำงานเป็นครั้งแรก ทุกสิ่งทุกอย่างคือความแปลกใหม่ ความตื่นเต้น ผสมกับไม่มีประสบการณ์ เป็นเรื่องธรรมดาที่พนักงานใหม่ได้รับความกดดันจากงานซึ่งตัวเองไม่เคยเจอมาก่อน ซึ่งถ้าปล่อยไว้นานๆคงไม่ดีแน่ เพราะมันสามารถก่อให้เกิดโทษทั้งร่างกาย และจิตใจของเราเป็นอย่างมาก วันนี้เราจึงทำเทคนิคการรับความกดดันในการทำงานมาฝาก พนักงานมือใหม่กันค่ะ   เทคนิคการรับความกดดันในการทำงาน ฟังเพลงสบายๆระหว่างการเดินทาง ความกดดันในบางครั้งเป็นสิ่งที่คนเราสร้างขึ้นมาเอง อันเนื่องเกิดจากความกลัว กังวล ต่างๆ เพราะฉะนั้นระหว่างทางไปทำงาน บนรถสาธารณะ คุณลองเปิดเพลงสบายๆที่ชอบฟังดู และจดจ่ออยู่กับความสุขนั้นอย่าไปคิดล่วงหน้า คิดเพียงแต่ว่าวันนี้เราจะไปทำงานให้ดีที่สุด หรือจะอ่านหนังสือสร้างแรงบันดาลใจ เป็นต้น ศึกษาลักษณะงานที่ทำอย่างละเอียด ถ้าความกดดันของคุณเกิดจากการทำงานของคุณแล้ว วิธีช่วยได้ คือ ให้ลงมือศึกษาและเรียนรู้งานที่ทำอยู่อย่างถ่องแท้ ทุกซอกทุกมุม นอกจากนี้ต้องรู้ความเป็นไปได้ของการเกิดปัญหาและวิธีทางแก้ปัญหาเมื่อมันเกิดขึ้น เท่าที่พอจะศึกษาหาข้อมูลได้ เมื่อคนเรามีความรู้ความเข้าใจในงานที่ทำอย่างแตกฉานแล้ว ก็จะก่อให้เกิดความมั่นใจเวลาปฏิบัติงานมากขึ้น พอเกิดปัญหา ( ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการทำงาน ) คุณจะสามารถใช้ความรู้ความเข้าใจซึ่งทำการบ้านมาแล้วแก้ปัญหาได้อย่างมีระบบ ไม่ตื่นเต้นจนเกินเหตุ นั่นเอง เข้าใจในความแตกต่างของเพื่อนร่วมงาน หลายครั้งความกดดันเกิดขึ้นมาจากหัวหน้า เพื่อนร่วมงาน บางคนปรับตัวเข้ากับเพื่อนๆไม่ได้ หรือบางคนอาจมองว่าการทำงานเป็นสนามแข่งขันต้องจ้องเอาชนะกัน  ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันกัดกินใจเราได้มาก โดยเฉพาะพนักงานมือใหม่ซึ่งไม่เคยเจอสังคมแบบนี้มาก่อน วิธีแก้คือควรศึกษาความแตกต่างของเพื่อนร่วมงาน ดูว่าแต่ละคนมีนิสัยใจคอและวิธีการทำงานเป็นอย่างไร ข้อดีมากกว่าข้อเสีย พยายามสร้างมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีRead more about เทคนิคการรับความกดดันในการทำงาน[…]

เทคนิคการปรับทัศนะคติในการทำงานร่วมกับผู้อื่น

เทคนิคการปรับทัศนะคติในการทำงานร่วมกับผู้อื่น

เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ที่พอเราออกไปอยู่ในสังคมขนาดใหญ่ขึ้นอย่างสังคมการทำงาน ทุกคนล้วนแล้วแต่ต้องประสบปัญหาด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ว่าปัญหาจากการทำงาน หรือปัญหาจากเจ้านาย เพื่อนร่วมงาน แต่สิ่งสำคัญในการทำงานให้ออกมาดีและให้มีความสุขนั่นก็คือ  ทัศนคติของเรานั่นเอง วันนี้เราจึงมีวิธีง่ายๆในการปรับทัศนะคติของเรากับการทำงานร่วมกับผู้อื่นให้ออกมาดีกันค่ะ   หาแรงบันดาลในเวลาว่าง ชาวออฟฟิตส่วนใหญ่จะใช้เวลาในการเดินทางค่อนข้างมาก  ซึ่งช่วงเวลานี้เป็นโอกาสอันดี คือให้ฟัง Audio Book ดีๆ หรือเพลงช่วยสร้างกำลังใจ หรืออ่านหนังสือที่มีประโยชน์ระหว่างการเดินทาง จะเป็นหนังสืออ่านเล่มที่เราชอบ หรือหนังสือแนวการสร้างแรงบันดาลใจก็ได้ ถึงที่ทำงานก่อนเวลาเข้างาน การมาก่อนเวลางานสัก 30 นาที ทำให้เราสามารถจัดระบบความคิดว่ามีสิ่งใดต้องทำบ้างในวันนี้ ทำให้จัดความสำคัญของงานได้ เป็นส่วนช่วยทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเอง เช็ค E-Mail บางคนมีความกังวลบางอย่าง จึงใช้เวลาไปกับการเช็ค E-Mail  บ่อยมาก มันเป็นการเปลืองเวลา และทำงานอย่างไม่เป็นระบบ ซึ่งเราขอแนะนำว่าคุณควรตั้งเวลาไว้เลยว่าวันๆหนึ่งจะเช็คอีเมล์กี่โมงบ้าง เช่น เช็คทันทีที่ถึงออฟฟิต , เช็คตอนบ่ายโมง ,  4 โมง  เท่ากับ 3 ครั้งต่อวัน เป็นต้น ความรอบคอบ ความรวดเร็วในการทำงานเป็นสิ่งที่ทุกคน ทุกบริษัทต้องการ แต่ถ้าเร็วแล้วแต่ต้องแลกมากับความเสี่ยงในการเกิดข้อผิดพลาด ลองลดความเร็วลงสักนิดแล้วตรวจทานให้ดี จนมั่นใจ เพื่อจะไม่ต้องกลับมาทำใหม่และทำให้ผู้อื่นสัมผัสได้ว่าเรามีความตั้งใจในการทำงานนั้นจริงๆ ไม่ใช่สักแต่ทำRead more about เทคนิคการปรับทัศนะคติในการทำงานร่วมกับผู้อื่น[…]

พฤติกรรมของเจ้านายกับผู้นำความเหมือนที่แตกต่าง

พฤติกรรมของเจ้านายกับผู้นำความเหมือนที่แตกต่าง

               หลายคนอาจจะเกิดความสับสนระหว่าคำว่า “เจ้านาย” กับ “ผู้นำ” ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร แล้วแบบไหนควรที่จะเรียกว่าผู้นำหรือเรียกว่าเจ้านาย จะวัดกันที่อายุงาน ประสบการณ์ ตำแหน่งหน้าที่การงาน ฉะนั้นเราจึงลองมาแยกความแตกต่างของพฤติกรรมระหว่างเจ้านายกับผู้นำกันดูดีกว่าคะ เจ้านายจะเมินเฉยไม่ค่อยให้ความสำคัญกับรายละเอียดต่างๆของลูกน้อง มุ่งเน้นแต่ว่าจะต้องทำให้แผนงานบรรลุได้ตามวัตถุประสงค์เป้าหมายที่ได้กำหนดไว้เพียงเอย่างเดียวไม่ได้ใส่ใจว่าลูกน้องจะพบเจออุปสรรคอย่างไรบ้าง แต่ถ้าผู้นำมักจะใส่ใจ เห็นอกเห็นใจลูกน้อง พร้อมที่จะนำพาทีมให้ไปในทิศทางเดียวกันได้เป็นอย่างดี เจ้านายมักจะใช้คำว่า ฉัน เป็นการแสดงพฤติกรรมเชิงคำสั่ง แบ่งแยกตัวออกจากลูกน้อง เช่น ฉันสั่งให้เธอไปทำงานแบบนี้ แต่ถ้าเป็นผู้นำจะใช้คำว่า เรา คือการทำงานร่วมกันอย่างเป็นทีม ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เจ้านายจะใช้แต่ลูกน้อง เพราะถือว่าตัวเองเป็นเจ้านายลูกน้องมีหน้าที่ทำงานตามที่ตัวเองต้องการเท่านั้น และไม่พยายามที่จะพัฒนาให้ลูกน้องมีศักยภาพเพิ่มขึ้น ในขณะที่ผู้นำที่ดีจะพยายามพัฒนาให้ลูกน้องมีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานมากขึ้น พร้อมส่งเสิมให้ลูกน้องไปในทางที่ดี เจ้านายจะมักที่จะสร้างวิธีให้ลูกน้องรู้สึกเกรงกลัว ถ้าเปรียบกับสุภาษิตไทยก็คือสร้างแต่พระเดชแต่ไม่คิดที่จะสร้างพระคุณ เพราะถ้าลูกน้องมีความกลัวก็จะไม่กล้าหือหรือขัดคำสั่ง เจ้านายลักษณะนี้จะได้แต่งานกลับไปแต่ไม่ได้ใจลูกน้องอย่างแน่นอน ส่วนผู้นำจะสร้างให้ลูกน้องรู้สึกเกรงใจ และให้ความเคารพอย่างใจจริงมากกว่าที่จะให้ลูกน้องเกรงกลัวเพียงอย่างเดียว เจ้านายชอบเอาเครดิตหรือเอาความดีความชอบเข้าตัวเอง ไม่ว่างานชิ้นนั้นจะประสบความสำเร็จจากการที่ลูกน้องลงมือทำหรือว่าตัวเองลงมือทำก็ตาม แต่จะเหมารวมว่างานชิ้นนี้สำเร็จได้ดีเป็นเพราะมาจากฝีมือของตนเอง แตกต่างกับผู้นำที่มักจะให้เครดิตลูกน้องหรือทีมงานว่ามีส่วนร่วมในการทำให้งานชิ้นนั้นๆออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ เจ้านายมักมองที่ระยะสั้นๆ เห็นเฉพาะสิ่งตรงหน้าไม่มีการคิดวางแผนหรือจูงใจให้ลูกน้องมุ่งเห็นผลสำเร็จที่เป็นระยะไกลเพราะคิดว่าเป็นการเหนื่อยเปล่าและเสียเวลา ส่วนผู้นำมักที่จะมองออกไประยะไกลเพื่อจะได้วางแผนงานให้กับทีมงานได้มีการพัฒนาและเติบโตก้าวหน้าอย่างมั่นคง เป็นอย่างไรกับบ้างคะ กับความเหมือนที่แตกต่างระหว่างเจ้านายกับผู้นำ ถ้าตอนนี้คุณกำลังเป็นหัวหน้าคนอยู่ คุณคิดว่าอยากจะเป็นเจ้านายที่ลูกน้องเกรงกลัวแต่ไม่จริงใจ กับผู้นำที่ดีมีแต่ลูกน้องรักใคร่ทำงานด้วยความตั้งใจ แบบไหนถึงจะดีกว่ากัน

แรงบันดาลใจสร้างขึ้นมาเองได้ถ้าเปิดใจ

แรงบันดาลใจสร้างขึ้นมาเองได้ถ้าเปิดใจ

แรงบันดาลใจเป็นสิ่งที่เราทุกคนควรมีบางคนก็ต้องการมันเป็นอย่างมากการที่จะทำอะไรสักอย่างให้สำเร็จและให้ดีกว่าคนอื่นแรงบันดาลใจเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก ซึ่งก็ต้องอาศัยความกลัวและความกล้า และต้องบอกตัวเองเสมอว่าเรานั้นทำได้ นั้นเป็นสิ่งเริ่มต้นในการสร้างแรงบันดาลใจ โดยไม่หลงทิศทาง อย่างแรกที่สำคัญคือการหาเป้าหมายให้ตัวเอง เลิกคิดจากความกลัวเพื่อให้ไม่ต้องไปยึดติดกับความกลัวในแง่ลบ เราควรจะนึกถึงคำว่าไม่ในบางอย่างเป็นเรื่องที่ธรรมดา แต่จะไม่มีการลงเมื่อทำเมื่อเรายังคงยึดติดกับคำว่าไม่ต้องการสิ่งเหล่านั้น นั้นก็เพราะคุณกำลังยึดติดกับคำว่าไม่อยู่นั้นเอง สร้างเป้าหมายและแผนการของคุณที่ทำให้บรรลุเป้าหมาย ซึ่งเราควรจะคิดในแง่บาก ว่าคุณเองก็ทำได้ทำต่อไปอาจจะดีขึ้น ให้กำลังตัวใจเอง ยึดมั่นกับที่ตัวเองกำลังทำมีเป้าหมายที่แน่นอนคิดบวกในทุกเรื่องไม่ว่าจะดีหรือร้าย คุณต้องหาเป้าหมายเพียงอย่างเดียว เพราะตัวคุณมีหลายเรื่องที่ต้องทำลองหาเรื่องขึ้นมาสักเรื่องแล้วมุ่งทำแต่สิ่งนั้นเพียงสิ่งเดียวอย่างตั้งใจ ซึ่งมันจะเป็นการให้กำลังใจตัวเองเมื่อทำอะไรที่สำเร็จไปเป็นอย่างๆและค่อยทำอย่างต่อไปจะง่ายกว่า ทำแล้วให้เกิดความสนุกก็คือไม่ว่าคุณจะทำอะไรอยู่ก็ขอให้เกิดความสนุกทุกอย่างจะดูง่ายขึ้นการที่เราสนุกกับมันผลของงานนั้นจะออกมาได้ดีกว่าที่จะต้องไปเครียดกับสิ่งที่ทำอยู่อย่างแน่นอน