5 เทคนิคการพัฒนาตนเองให้เป็นคนใหม่

5 เทคนิคการพัฒนาตนเองให้เป็นคนใหม่

พอใกล้ช่วงเทศกาลปีใหม่ทีไหร่เรามักจะให้คำสัญญากับตัวเองว่าเราจะเปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่ ทำชีวิตใหม่ให้ดีสดใสขึ้น แต่พอวันเวลาผ่านไปเราก็ยังไม่ได้เริ่มทำจริงจังเสียที นั่นเป็นเพราะเรายังไม่มีแรงบันดาลใจหรือมูลเหตุที่จะจูงใจได้ ซึ่งถ้าคุณรู้เทคนิคที่จะนำสิ่งต่างๆที่อยู่รอบๆตัวมาช่วยเสริมสร้างในการพัมนาตนเองได้ คงดีอยู่ไม่ใช่น้อย วันนี้เราจึงจะนำเทคนิคเหล่านี้มาแบ่งปันให้กับคุณนำไปลองปฎิบัติตามกันดูคะ ฝึกการคิดบวก เชื่อเถอะว่าการคิดบวกจะเป็นแรงผลักดันให้ชีวิตพบเจอแต่สิ่งที่ดีๆกว่าคนอื่นเสมอเพราะการมองบวกจะทำให้เราเห็นแต่สิ่งดีในทุกๆเรื่องไม่ว่าจะเป็นคน เหตุการณ์ หรือสิ่งของ ส่งผลให้การแสดงออกหรือพฤติกรรมออกมาในด้านบวกและยังช่วยเป็นแรงกระตุ้นเปรียบเหมือนกับการได้ออกซิเจนที่มีประโยชน์และสร้างสรรค์ แต่ถ้าเราเป็นคนมองแต่มุมลบสิ่งต่างๆก็จะเข้ามาบั่นทอนจิตใจแล้วเราก็จะไม่พบกับความสุข เปิดใจกว้างเพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ บางครั้งการเปิดรับสิ่งใหม่ๆที่จะเข้ามาในชีวิตก็จะทำให้คุณมีมุมมองในการดำเนินชีวิตได้กว้างขึ้น เหมือนกับการรับโอกาสประสบการณ์ใหม่ๆ แต่คุณจะต้องเปิดรับด้วยใจเป็นกลางปราศจากอคติใดๆทั้งสิ้นซึ่งจะเป็นตัวการสำคัญที่จะขัดขวางคุณจากการเรียนรู้ อย่าลืมว่าการมีประสบการณ์ใหม่ๆจะช่วยนำพาให้ชีวิตของคุณไปในทางที่ดีขึ้นอีกด้วย อยู่กับปัจจุบัน เพราะปัจจุบันคือสิ่งที่อยู่กับคุณณ.ช่วงเวลานั้น คุณต้องพยายามที่จะอยู่กับมันอย่าไปคิดฟุ้งซ่านหรือคิดการล่วงหน้าไปกว่าเหตุที่เกิดขึ้นจริง  เพียงแต่ต้องเตรียมที่จะหาทางรับมือกับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตเพื่อที่จะได้ตั้งรับอย่างมีสติและทำให้ปัญหาต่างๆเบาบางลง ท่องเอาไว้เสมอว่าความแน่นอนคือความไม่แน่นอน อย่าให้เรื่องในอดีตมาทำลายอนาคต การมานั่งเสียใจกับเรื่องในอดีตนอกจากจะไม่เกิดประโยชน์แล้วยังเป็นการบั่นทอนจิตใจ เพราะถึงคิดให้ตายอย่างไรคุณก็ไม่สามารถที่จะกลับไปแก้ไขมันได้ การมองไปข้างหน้าและหาทางแก้ไขความผิดพลาดในอดีตต่างหากที่จะเป็นเกราะป้องกันให้คุณสามารถที่จะก้าวข้ามผ่านมันไปได้ ยิ้ม หมั่นเป็นคนยิ้มง่ายเข้าไว้ ยิ้มให้กับทุกเรื่อง ทุกคนเพื่อจะได้เป็นสะพานเชื่อมมิตรภาพของคุณกับคนรอบข้างได้เป็นอย่างดี แรกๆอาจจะเขินไปบ้าง แต่ถ้าทำไว้บ่อยๆก็จะชิน และแน่นอนว่าคุณย่อมได้รับรอยยิ้มที่จริงใจกลับมา เพราะรอยยิ้มเป็นสิ่งที่ไม่ต้องซื้อหา ไม่ต้องลงทุนเลยล่ะคะ เมื่อได้รับเทคนิคดีๆกันไปแล้ว ก็ลองนำไปตั้งเป็นปณิธานกันดู ว่าปีนี้ฉันจะต้องเป็นคนใหม่ที่จะมีชีวิตอย่างมีความสุขตลอดไปคะ

เทคนิคการรักษาสุขภาพในช่วงฤดูฝน

เทคนิคการรักษาสุขภาพในช่วงฤดูฝน

แม้ว่าปีนี้เราจะผ่านหน้าร้อนไปได้แบบไม่ร้อนมากนัก หน้าฝนที่ใครหลายคนสบายใจได้ว่าจะไม่ได้เจอความร้อนแล้ว แต่เจอฝนแทนก็เป็นอีกฤดูกาลหนึ่งที่สาวๆอย่างเราต้องดูแลตัวเองให้ดี แม้ว่าจะไม่เท่าหน้าร้อนก็ตาม แต่ก็มีบางอย่างที่สวยๆมองข้ามกันไป มาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่สาวสวยอย่างพวกเราต้องเตรียมตัวไว้ก่อน   การล้างหน้าให้สะอาด   หน้าร้อนที่ผ่านมาเชื่อว่าสาวๆหลายคนอาจจะต้องเหนื่อยกับการซับหน้าที่จะต้องบอกว่า เหงื่อจะออกเยอะ หน้าจะมันไปไหนใช่ไหม พอมาหน้าฝนอาการเย็นขึ้นอาจจะไม่ได้ซับหน้ามันอย่างเดิม แต่สิ่งที่ต้องระวังคือน้ำฝนที่นอกจากกจะเปียกแล้วยังนำพาสิ่งสกปรกมาด้วย แปลว่าหากเราเปียกฝนด้วยสาเหตุใดก็ตามหากเข้าร่มได้แล้วต้องรีบล้างหน้าทันที น้ำฝนนี่แหละเต็มไปด้วยมลพิษเพียบ หลังล้างหน้าถ้าเช็ดด้วยโทนเนอร์ด้วยจะดีมาก การดื่มน้ำตามมากๆ   หน้าร้อนส่งหนึ่งที่ไม่ค่อยกังวลเท่าไรเป็นเรื่องของการดื่มน้ำเชื่อว่าคงดื่นกันเกิน 8-10 แก้วทุกคนเพราะร้อนเลยกระหายน้ำ แต่มาหน้าฝนอากาศไม่ร้อนเหมือนเดิมทำให้เราอาจจะประมาทไม่ทานน้ำเท่าเดิมก็เป็นได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่จริงเลย แม้ว่าอากาศไม่ร้อนเหมือนเดิมแต่หากไม่ทานน้ำอาจจะส่งผลให้ผิวแห้งได้ ถ้าไม่อยากทาครีมหมดเป็นกระปุกโดยใช่เหตุ การทานน้ำวันละ 8-10 แก้วทุกวันช่วยได้เยอะ ไดร์เป่าผม ต้องทำอย่างขี้เกียจ อากาศชื้นๆในหน้าฝนทำให้บางครั้งมันก็เลี่ยงไม่ได้จริงๆที่อาจจะต้องตากฝน หรือเปียกฝนแบบเสียไม่ได้ ทีนี้เมื่อกลับถึงบ้านแล้วสิ่งที่สำคัญเลยก็คือการสระผมเพื่อชำระสิ่งสกปรกออกจากเส้นผม รวมถึงการไดร์เป่าผมให้แห้ง การเป่าผมให้แห้งสาวๆหลายคนอาจจะบ่นสักหน่อยยิ่งคนผมยาวยิ่งต้องใช้เวลานานกว่าจะแห้ง แต่เชื่อเหอะว่าหากมีปัญหาเรื่องรังแค หรือ อาการคันของหนังศีรษะล่ะก็ น่าปวดหัวกว่ากันเยอะ หรือจะให้ดีพกไดร์จิ๋วติดตัวไว้ด้วยก็ดีนะ นอกจากเป่าผมแล้วยังเป่าเสื้อผ้าให้แห้งได้ด้วย(เวลาไปทำงานแล้วเจอฝนกลางทางช่วยได้เยอะ) ทาครีมกันแดด อย่าประมาท     หน้าร้อนเชื่อว่าสาวๆทุกคนก่อนออกจากบ้านต่างก็ทากันแดดกันโดยอัตโนมัติแน่นอน เพราะแดดบ้านเรามันช่างจ้า แรงและร้อนเหลือเกินแต่มาน่าฝนหลายคนอาจจะมองข้ามจุดนี้ไป เนื่องจากเห็นว่าไม่มีแดดแล้ว นี่ก็เป็นความเข้าใจที่ผิดนะ หน้าฝนแม้ว่าจะไม่เห็นแดดก็จริงแต่ก็อย่าลืมทากันแดดออกจากบ้านเหมือนเดิม รังสียูวีเรามองไม่เห็นแต่ก็ยังมีนะ หรือ วันที่ฝนไม่ตกแดดก็แรงไม่แพ้ฤดูร้อนนะRead more about เทคนิคการรักษาสุขภาพในช่วงฤดูฝน[…]

บริหารเวลาให้มีประสิทธิภาพอย่างมืออาชีพ

บริหารเวลาให้มีประสิทธิภาพอย่างมืออาชีพ

เรามักได้ยินคนที่ทำอะไรไม่สำเร็จจะชอบบ่นว่า “ไม่มีเวลา” ทำงานไม่ทัน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วทุกคนต่างมีเวลาเท่ากันคือ 24 ชั่วโมงในหนึ่งวัน แต่ที่ไม่เท่ากันคือประสิทธิภาพในการบริหารเวลา ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนต้องเรียนรู้ยิ่งทำงานในองค์กรใหญ่ๆด้วยแล้วเวลาทุกนาทีมีค่า ดังนั้นเราจึงมีเทคนิคบริหารเวลาอย่างมืออาชีพมาฝากกันคะ กำหนดเป้าหมายที่สำคัญที่สุดของแต่ละสัปดาห์ เชื่อได้ว่าหลายคนคงจะประสบปัญหางานเข้ามาเยอะแยะเสียมากมายจนไม่รู้ว่าจะเริ่มจับทำชิ้นไหนก่อน อันนี้ก็ด่วน อันนั้นก็ต้องรีบทำ สุดท้ายกลายเป็นว่าทำไม่เสร็จสักชิ้นงาน หรือทำออกมาได้ไม่ดีเกิดข้อผิดพลาดตามมาให้แก้อีกในภายหลัง ดังนั้นหัวใจสำคัญที่สุดคือการจัดอันดับชิ้นงาน เราจะต้องรู้ก่อนว่าในเวลาที่จำกัดงานชิ้นไหนที่ใช้เวลาทำน้อยแต่ได้ประโยชน์มากก็ควรเลือกที่จะทำก่อน ส่วนงานชิ้นอีกก็ค่อยไล่ลำดับกันลงมาตามทฤษฎีบริหารเวลาหรือที่เรียกว่า “Time Management Priority” หยุดสิ้นเปลืองเวลาไปกับสิ่งอื่น ปัจจุบันกระแสโลกโซเชียลหรือการทำงานผ่านทาง Internet เริ่มเข้ามามีบทบาทในการดำรงชีวิตของคนมากขึ้น โดยเฉพาะในบางองค์กรต้องใช้อีเมล์ในการโต้ตอบกันอยู่ตลอดเวลา ทั้งเรื่องการอัพเดตข่าวสาร, การติดต่อลูกค้า แต่การที่ต้องมานั่งเช็คอีเมล์ทั้งวันก็ถือได้ว่าเป็นผลาญเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์  ดังนั้นถ้าเราบริหารจัดการอีเมล คือตอนเช้ามาถึงก็เลือกตรวจสอบเฉพาะอีเมล์ที่สำคัญให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยหาเวลามาจัดการอีเมล์ที่เหลือในช่วงระหว่างวันแทน หลีกเลี่ยงการมีนัดเสียบ้าง ถึงแม้ว่าการนัดพบลูกค้าจะเป็นเรื่องที่ดีในแง่ของความสัมพันธ์ทางธุรกิจ แต่บางทีอาจจะได้ผลเสียมากกว่าผลดีก็ได้ เพราะการนัดพบแต่ละครั้งเราต้องเสียเวลาในการเดินทาง การรอคอย กว่าจะคุยธุระเสร็จก็เสียเวลาไปวันๆโดยอาจไม่ได้ประโยชน์อะไร เพราะฉะนั้นหากไม่มีประเด็นสำคัญหรือเรื่องที่ต้องมีการตัดสินใจร่วมกันอย่างเด็ดขาด ก็ลองหลีกเลี่ยงนัดดูบ้าง เลือกเฉพาะนัดที่เป็นประโยชน์และสำคัญจริงๆหรือใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมด้วยการประชุมผ่าน VDO CONFERENCE ก็จะช่วยให้ประหยัดเวลาไปได้เยอะเลยล่ะ การบริหารเวลานอกจากเรื่องงานแล้วเรื่องส่วนตัวก็ควรต้องบริหารให้เหมาะสมด้วยเช่นกัน ซึ่งคนส่วนมากจะใช้เวลาในการทำงานอยู่ที่ประมาณ 7-8 ชั่วโมงใน 1 วัน หลังจากนั้นก็เป็นเวลาส่วนตัวที่เราจะต้องใช้เวลาในการผ่อนคลาย จากความเหนื่อยล้าลงบ้างเพื่อที่จะได้มีพลังงานในการทำงานวันถัดไป      

แนวทางการพัฒนาบุคลิกภาพให้ดูดีอยู่เสมอ

แนวทางการพัฒนาบุคลิกภาพให้ดูดีอยู่เสมอ

คนที่มีบุคลิกภาพดีไม่ว่าจะไปที่ไหนก็สร้างความประทับใจให้กับผู้พบเห็นอยู่เสมอ ทั้งท่าการนั่ง การพูดจา หรือเคลื่อนไหวท่วงท่าร่างกายก็ดูสง่างามน่ามองไปทุกกระเบียดนิ้ว แต่ในความเป็นจริงบุคลิกภาพไม่ได้มองเห็นกันแต่เพียงภายนอกต้องรวมไปถึงข้างใน เพราะการที่เรามีบุคลิกภาพที่ดีจะส่งผลต่อสุขภาพของเรา ช่วยให้คล้ายอาการปวดเมื่อย หายใจสะดวก เพราะฉะนั้นถ้าคุณอย่าจะปรับปรุงบุคลิกภาพ วันนี้เรามีแนวทางมาบอกกันคะ แขม่วท้อง การที่เราปล่อยให้พุงยื่นล้ำหน้าออกไปคงไม่ดีแน่ทำให้ดูเสียบุคลิก และยังส่งผลต่อท่วงท่าต่างๆอีกด้วย ลองฝึกแขม่วพุงทุกครั้งไม่ว่าคุณจะนั่งหรือยืน มันจะช่วยทำให้คุณดูผอมลงได้ในทันที ตอนแรกอาจจะยังรู้สึกไม่ชินแต่ถ้าบังคับตัวเองทำบ่อยๆจนกลายเป็นนิสัยก็จะช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพไปในตัวอีกด้วย อย่าห่อไหล ท่านี้คุณก็แค่พยายามยืดตัวให้ตรง แล้วผ่ายไหลให้เสมอเป็นระนาบเดียวกับแผ่นหลัง ก็จะทำให้คุณเป็นคนอกผ่ายไหลพึ่งบุคลิกภาพดูดีขึ้นมาทันตาเห็น เอาไปประยุกต์ใช้ได้ทั้งท่านั่ง ท่ายืน ท่าเดิน แถมท่านี้จะช่วยให้คุณคลายความตึงเครียดที่เกิดขึ้นจากแผ่นหลังเวลาที่อยู่ในอิริยาบถเดิมนานๆ คางเชิด การที่เราเดินก้มหน้า ก้มตาเหมือนเดินหาเหรียญที่พื้นตลอดเวลามักจะมีท่วงท่าที่ดูไม่ดี หลังงุ้ม ไหล่ห่อ แถมคางก็ก้มลงต่ำเกือบชิดหน้าอก ใครเห็นก็รู้สึกเหมือนคนเป็นโรค ลองปรับเปลี่ยนท่วงท่าให้ใบหน้าเชิดขึ้น คางระนาบขนาดไปกับพื้น มองตรงไปข้างหน้าสัก 2-3 เมตรแทนก้มหน้ามองพื้น ถ้าคุณทำได้รับรองว่าคุณจะดูดีราศีจับขึ้นมาทันที พยายามเปลี่ยนอิริยาบถ อย่านิ่งอยู่กับที่ เมื่อไหร่ที่คุณต้องอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องยืนอยู่กับที่นานๆไม่สามารถหาที่นั่งได้ คุณต้องพยายามอย่ายืนนิ่งๆในท่าเดิมตลอดเวลา แต่ให้ลองขยับตัวก้าวไปทางซ้ายหรือขวาบ้าง จะเป็นการช่วยกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนไปได้ทั่วร่างกายอย่างสะดวก ไม่เช่นนั้นแล้วคุณอาจจะมีอาการรู้สึกหน้ามืดวิงเวียนจนถึงขั้นเป็นลมได้เลยล่ะ ฝึกออกกำลังกายให้กล้ามเนื้อแข็งแรง โดยเฉพาะกล้ามเนื้อหน้าท้องกับแผ่นหลัง จะช่วยปรับบุคลิกภาพในทุกท่วงท่าของคุณให้ดูดีขึ้นมาอย่างที่คุณเองก็รู้สึกได้ การฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ได้ผลดีที่สุดก็คือการเล่นโยคะ พิลาทีส ฯลฯ เพราะนอกจากจะได้ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแล้ว ยังทำให้รูปร่างสวยขึ้นอีกด้วยรับประกันได้เลยคะ    

ผู้นำที่ดีควรมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง

ผู้นำที่ดีควรมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง

การที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำได้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก แต่ถ้าต้องเป็นผู้นำที่ดีแล้วกลับยากยิ่งกว่า หลายองค์กรจึงพยายามหาวิธีมาพัฒนาผู้นำทุกระดับอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ผู้นำเหล่านั้นเป็นแรงผลักดันความสำเร็จให้เกิดขึ้นกับองค์กร คุณสมบัติพื้นฐานเบื้องต้นที่ผู้นำที่ดีควรมีก็คือ ต้องเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ ผู้นำที่ดีต้องมองเห็นภาพในอนาคตที่คนอื่นอาจมองไม่เห็น หรือเห็นได้ไม่ชัดเจนเท่า หลังจากนั้นต้องพยายามกำหนดกลยุทธ์ วางแผนงาน เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ไม่ใช่แค่มองเห็นแล้วปล่อยผ่านหรือไม่สามารถทำให้มันเป็นจริงขึ้นมาได้ กระจายงานให้ผู้อื่นทำอย่างเหมาะสม เมื่อมีการกำหนดเป้าหมายหรือแผนงานอย่างชัดเจนแล้ว ก็ควรจะต้องกระจายงานไปให้พนักงานหรือทีมงาน โดยต้องพิจารณาจากความเหมาะสมของพนักงานแต่ละคนให้ตรงกับงานที่มอบหมายให้ไปทำ เรียกง่ายก็คือควร “ ใช้คนให้เหมาะกับงาน” นั่นเอง เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานได้แสดงความสามารถทำในสิ่งที่เขาถนัดได้อย่างเต็มที่ ผู้นำเองก็ต้องเปิดใจยอมรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน สร้างทีมงานให้แข็งแกร่ง การที่จะเป็นผู้นำที่ดีไม่ใช่ว่าเอาแต่ตัวเองรอดต้องนำพาทีมงานให้ประสบความสำเร็จไปด้วย ขั้นตอนสำคัญคือการสร้างทีมงาน จะต้องมีทักษะด้านการสื่อสารที่ดี ให้ความเป็นธรรมกับพนักงานทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน  ไม่ควรเลือกที่รักมักที่ชัง เวลาทำงานก็ต้องแบ่งงานให้เท่าเทียมกัน อย่าพยายามให้ใครเด่นเกินหน้าใคร  รวมทั้งต้องมีพระเดชและพระคุณในคราวเดียวกัน อย่ามีอย่างใดอย่างหนึ่งมากเกินไป โดยเฉพาะพระเดช เพราะจะทำให้พนักงานรู้สึกเกรงกลัว ไม่กล้าที่จะเข้าหา เสริมสร้างแรงบันดาลใจให้พนักงาน ต้องหมั่นคอยกระตุ้นและหาวิธีในการสร้างกำลังใจให้กับทีมงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้พนักงานมีความต้องการที่อยากจะประสบความสำเร็จบรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ อาจจะใช้วิธีตั้งรางวัลให้กับพนักงานหรือทีมงานที่สามารถทำผลงานได้ออกมาเป็นที่น่าพอใจ พัฒนาคนอื่นอยู่เสมอ ในทีมงานย่อมมีทั้งคนที่ทำผลงานได้ดี กับคนที่ทำผลงานไม่ได้ ผู้นำที่ดีจึงมีหน้าที่ในการพัฒนาเสริมสร้างความรู้ ความสามารถ และทักษะในการทำงานกับพนักงานกลุ่มนี้ให้มากขึ้น ไม่ใช่คำหรือวาจาที่ถากถางให้พนักงานหมดกำลังใจ ดังนั่นเราสามารถเปรียบผู้นำที่ดีได้เหมือนครูอาจารย์ที่จะคอยสอนสั่งให้พนักงานไปถึงฝั่งเหมือนกันทุกคน รวมทั้งต้องประพฤติตนให้เป็นแบบอย่างแก่พนักงานด้วยเช่นกัน ดังนั้น ถ้าใครสามารถมีครบได้ทั้งหมดตามที่กล่าวมานี้ก็จะทำให้คุณกลายเป็น “ผู้นำที่ดี” มีประสิทธิภาพที่จะช่วยพาองค์กรไปสู่จุดสูงสุดได้ไม่ยากแล้วล่ะคะ

จะประสบความสำเร็จได้ต้องมีกุญแจแห่งความสำเร็จ 7 ประการ

จะประสบความสำเร็จได้ต้องมีกุญแจแห่งความสำเร็จ 7 ประการ

กุญแจแห่งความสำเร็จนั้นสำหรับผมแล้วมีแค่ 7 ประการเท่านั้นถ้าคุณทำได้ความสำเร็จในชีวิตของคุณจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เริ่มกันที่ขั้นตอนแรกแห่งกุญแจทั้ง 7 กันเลยครับ ความอดทน (Patience) การประกอบธุรกิจไม่ว่าจะเป็นงานอาชีพใดๆก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ทุกคนจำเป็นจะต้องมีนั้นก็คือ ความอดทนนั้นเอง เมื่อคุณมีความอดทนนั้นความสำเร็จก็จะตามมาอย่างแน่นอนครับ ทัศนคติ (Attitude) สิ่งสำคัญอีกอย่างต่อการทำงานนั้นก็คือ ทัศนคติที่ดีต่อบริษัทหรือองค์กรของคุณ ไม่ดูถูกอาชีพตัวเอง ไม่ดูถูกหน้าที่ตัวเอง แรงจูงใจ (Motivation) แรงจูงใจในการทำการถือเป็นสิ่งสำคัญต่อการทำงาน ไม่ใช่วันๆทำให้จบๆงานไปคิดเช่นนั้นการทำงานอาจจะทำให้เกิดปัญหาต่างๆตามมามากมายได้ หากท่านมีแรงจูใจ หรือสร้างแรงจูงใจให้ตนเองท่านก็จะมีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่และจะประสบความสำเร็จได้ในที่สุด ความทะเยอทะยาน (Ambition) ความทะเยอทะยานนั้น หมายถึงความอยากที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตจนในที่สุดแล้วความทะเยอทะยานนั้นก็จะประสบความสำเร็จได้ในที่สุด อุทิศตน (Dedication) ทุกครั้งที่ทำงานไม่ว่าจะงานอะไรก็ตามแต่เราจะต้องอุทิศตนต่อหน้าที่การงาน ไม่ใช่หวังแต่เพียงค่าจ้างไปวันๆเพราะนั้นจะทำให้คุณภาพงานออกมาได้ไม่ดี ใส่ใจในผู้คน (Interest in People) เพื่อนร่วมงานหรือแม้กระทั่งหัวหน้างานนั้น ในสถานที่ทำงานนั้นมีความสำคัญต่อการทำและและการประสบความสำเร็จ บางครั้งเราอาจจะต้องร่วมงานกับเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้างานของเรา เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะพบกับความประสบความสำเร็จ ใส่ใจเรื่องอาหารและเครื่องดื่ม (Interest in Food & Beverage) การที่ใส่ใจเรื่องเล็กๆน้อยๆกระทั้งเรื่องอาหารการกินนั้นก็สำคัญไม่แพ้กันโดยเฉพาะการทำการนั่งอยู่กับโต๊ะทำงาน อาจจะทำให้มีปัญหาเรื่องสุขภาพได้และอาจส่งผลกระทบต่องานที่ทำดังนั้นจึงควรใส่ใจต่ออาหารและเครื่องดื่มนั้นเอง

ฝึกมองโลกในแง่ดีแค่นี้ชีวิตก็มีสุข

ฝึกมองโลกในแง่ดีแค่นี้ชีวิตก็มีสุข

ในโลกปัจจุบันที่วุ่นวายวกวน คนเรามีเรื่องให้คิดมาอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาชีวิต ปัญหาสังคม ความทุกข์จากผู้อื่น และที่เกิดขึ้นจากตัวเราเอง แต่ใครจะรู้หากเราลองเปลี่ยนมุมมอง คิดบวก และฝึกมองโลกในแง่ดีมากขึ้น ในระยาวคนที่ฝึกมองโลกในแง่ดรนั้นจะสามารถสร้างภูมิคุ้มกันต่อความเครียด สามารถมองปัญหาได้ตรงจุด และที่สำคัญคือไม่เสียสุขภาพจิต และเมื่อเราสุขภาพจิตใจดีแล้ว สุขภาพร่างกายก็จะดีตามขึ้น  คนมองโลกในแง่ดีนั้นหมายถึง คนที่มองโลกในด้านบวกมากกว่าลบ วันนี้เรามีเทคนิคในการคิดบวกมานำเสนอ -พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส เมื่อคุณเจอเรื่องที่ไม่คาดฝันผ่านเข้ามาในชีวิต นับเป็นโอกาสให้คุณได้เรียนรู้ในการมองโลกในแง่ดี ยกตัวอย่างเช่น โดนตัดเงินเดือน หากเป็นคนที่มองโลกในแง่ร้ายแล้วจะต้องโทษคนที่หักเงินเราโทษตัวเอง มองทุกอย่างในแง่ลบ แต่กลับกันสำหรับคนที่มองโลกในแง่ดี จะสามารพิจารณาได้ว่ายังดีแค่โดนหักเงินเดือนไม่โดนไล่ออกยังมีงานทำ และพยามแก้ไขปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น -อยู่กับความจริงเสมอ แม้ชีวิตจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรไม่ว่าจะดีหรือร้าย ขอให้พึงระลึกว่าการมองบวกจะทำให้เราผ่านช่วงของการเปลี่ยนแปลงไปได้ เหมือนดังในพระพุธศาสนาได้สอนไว้ว่า ทุกอย่างย่อมมีการเกิดขึ้นและดับไป ถ้าเราสามารถควบคุมจิตใจให้ปล่อยวางได้ ชีวิตก็จะพบแต่ความสุข ที่สำคัยเราต้องพร้อมที่จะเผชิญกับสิ่งเปลี่ยนแปลงใน ชีวิต ตลอดเวลา -สร้างอารมณ์บวกแก่ตนเอง พยามมองทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตให้เป็นบทเรียน จงเรียนรู้ และสนุกไปกับมัน จงยิ้มให้กับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะดีหรือร้าย เพราะเมื่อเราจมลงสู่ความเศร้าเมื่อไร ความสุขก็จะหายไปด้วยเช่นกัน จงพึงระลึกว่าทุกปัญหาสามารถผ่านมันไปได้เพียงแค่คุณยิ้ม และยอมรับมัน